จุดต้องเช็คก่อนซื้อเพชร เพชรจริงตรงกับใบเซอร์หรือเปล่า?

      ซื้อเพชร ปัจจุบันต้องระวัง บอกเลยว่าของปลอมระบาดหนัก มิจฉาชีพสมัยนี้หากินง่าย คงไม่มีใครอยากเสียเงินจำนวนมากให้กับเพชรปลอม ยิ่งเทคโนโลยีสมัย การเลียนแบบก็ยิ่งเนียนสมจริงและที่สำคัญไปกว่านั้น ไม่ใช่แค่เพชรปลอมแต่ใบเซอร์ก็ยังปลอมด้วย ดังนั้น ก่อนซื้อเพชรอย่าดูแค่ใบเซอร์จากสถาบันที่น่าเชื่อถือ ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่า เพชรที่อยู่ตรงหน้า เป็นเม็ดเดียวกับที่ระบุในใบเซอร์หรือไม่ 

4 จุดสำคัญที่คุณต้องตรวจสอบ

1.หมายเลขใบเซอร์

      หมายเลขใบเซอร์ หรือ Report Number คือ เลขประจำรายงานที่กำหนดโดยสถาบันตรวจสอบเพชร สามารถใช้ค้นหาข้อมูลเพชรในฐานข้อมูลได้ ตัวอย่างเช่น สถาบัน GIA ตัวเลขจะถูกกำหนดในใบรายงาน และอาจถูกสลักบนขอบเพชรด้วย สิ่งที่ต้องทำคือ การตรวจสอบว่าเลขที่ระบุในใบเซอร์กับที่สลักบนขอบเพชร ตรงกันหรือไม่ ซึ่งอาจต้องใช้กล้องกำลังขยาย 10 เท่าส่องดูที่ขอบเพชร เมื่อได้หมายเลขมาแล้วให้เข้าเว็บไซต์ GIA Report Check เพื่อกรอกหมายเลข แล้วเปรียบเทียบข้อมูลในระบบกับใบเซอร์ที่ทางผู้ขายให้มา

2.น้ำหนักกะรัต

     ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า เพชร 1 กะรัต มีน้ำหนักเท่าไหร่ โดย  1.00 ct. = 0.20 กรัม ซึ่งการนำเพชรไปชั่งน้ำหนักต้องอาศัยเครื่องชั่งอัญมณีที่มีความแม่นยำ เมื่อได้น้ำหนักกะรัตจริงมาแล้วให้ตรวจสอบที่ใบเซอร์ ตัวอย่างใบเซอร์ของ GIA จะแสดงน้ำหนักกะรัตเป็นตัวเลขทศนิยมสองตำแหน่ง กรณีที่ใบเซอร์ระบุ 1.00 ct แต่ชั่งจริงได้แค่ 0.92 ct. อาจต้องตรวจสอบเพิ่มเติม หรือควรระวังให้มากเพราะตัวเลขต่างกันค่อนข้างเยอะ 

3.ขนาดของเพชร

     ขนาดของเพชรหรือ Measurements โดยทั่วไปใบเซอร์จะระบุขนาดเป็นมิลลิเมตร (mm) ซึ่งขนาดของเม็ดเพชรควรตรงกับข้อมูลในใบเซอร์ การวัดขนาดของเพชรอาจต้องใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เช่น เครื่องวัดขนาดแบบดิจิทัล หากไม่ตรงกับใบเซอร์ อาจเป็นเพราะขนาดใกล้เคียงกัน ควรตรวจสอบตำหนิและรูปทรงเพิ่มเติม แต่ถ้าพบความลึกต่างกันชัดเจนต้องให้ผู้เชี่ยวชาญวัดซ้ำและตรวจสอบสัดส่วนเพชรใหม่อีกครั้ง แต่หากรูปทรงไม่ตรงกับรายงาน ต้องระวัง ชะลอการซื้อจนกว่าจะตรวจสอบได้

4.รูปทรงและตำหนิภายใน

     ข้อนี้สำคัญ ตำหนิของเพชรแต่ละเม็ด อาจต่างกันจึงเปรียบเหมือนเอกลักษณ์ที่ทำให้แยกเพชรแต่ละเม็ดออกจากกันได้ แม้ว่าเพชรทั้งสองเม็ดจะมีน้ำหนัก ขนาดและสีใกล้เคียงกันก็ตาม เริ่มจากการตรวจสอบรูปทรงทำได้ง่ายด้วยการมอง รูปทรงจริงต้องตรงกับข้อมูลที่ระบุในใบเซอร์ 
  • Round Brilliant เพชรทรงกลม
  • Oval เพชรทรงรี 
  • Pear เพชรทรงหยดน้ำ
  • Emerald Cut เพชรทรงสี่เหลี่ยมมุมตัด
     สำหรับตำหนิภายในเป็นตำหนิที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น Crystal — ผลึกแร่ภายใน, Feather — ลักษณะคล้ายขนนก, Pinpoint — จุดเล็กมาก เป็นต้น ตำหนิเพชรจริงต้องตรงกับข้อมูลที่ระบุในใบเซอร์ นอกจากนั้นควรตรวจสอบตำแหน่งของตำหนิเพชรด้วย เช่น ตำหนิอยู่ตรงบริเวณกลางเพชร ขอบเพชร หรือใกล้ปลายแหลม เป็นต้น ใบเซอร์ GIA จะมีแผนผังและใช้สัญลักษณ์สีแดงแสดงลักษณะภายในและสีเขียวแสดงลักษณะภายนอก 

      ซื้อเพชรต้องระวังต้องตรวจสอบให้ดี เพชรจริงตรงกับใบเซอร์หรือเปล่า 4 จุดที่ต้องตรวจสอบได้แก่ หมายเลขใบเซอร์ น้ำหนักกะรัต ขนาดของเพชน และรูปทรงและตำหนิภายใน ทั้งหมดนี้หวังว่าจะเป็นไกด์ไลน์หรือแนวทางดีๆ ให้กับคนซื้อเพชรได้ โดยเฉพาะมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน เอาเป็นว่าถ้าจะตัดสินใจซื้อเพชร วิธีที่ดีที่สุด คือ การเลือกร้านเพชรที่น่าเชื่อถือ มีชื่อเสียงไว้ใจได้ อย่างร้านเพชรชมพู จิวเวลรี่ ร้านเพชรที่เชื่อถือได้ครองอันดับหนึ่ง ร้านเพชรในไทยที่ทันสมัยไม่ตกเทรนด์แน่นอน
30 October 2026 15

add line petchchompoo