วิธีการแบ่งเกรดเพชร by Petchchompoo Jewelry

สำหรับคนที่จะซื้อเพชรได้ ไม่เพียงแต่จะต้องมีเงินในการซื้อเท่านั้น แต่ยังจะต้องมีความรู้ในเรื่องของเพชรเสียก่อน ซึ่งเพชรต่าง ๆ จะมีการแบ่งประเภทอย่างหลากหลาย แต่วิธีการแบ่งประเภทจากสีของเพชร ถือเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดเลยก็ว่าได้ สำหรับวิธีการแบ่งเกรดเพชรจากสี จะมีวิธีเลือกที่ถูกต้อง เพื่อจะทำให้เราสามารถเห็นสีจริงของเพชรนั้น ๆ โดยเพชรเหล่านี้จะมีการเจียระไนออกมาทำให้เพชรมีเหลี่ยม หรือมุมที่เราจะสามารถเห็นสีที่แตกต่างกันได้ โดยวิธีการแบ่งเกรดเพชรจากสีถือเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องศึกษาหากต้องการซื้อเพ

วิธีการแบ่งเกรดเพชร by Petchchompoo Jewelry

โดยปกติแล้วเพชรแท้ทุกเม็ดจะมีตำหนิที่เป็นจุดสีดำอยู่ทุกเม็ด เนื่องจากว่าจุดสีดำเหล่านี้ จะบ่งบอกว่าเพชรเม็ดนั้นเป็นเพชรที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่จุดสีดำบนเพชรเราจะต้องไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้เลย เพราะถ้าหากเราสามารถมองเห็นตำหนิด้วยตาเปล่าได้ แปลว่าเพชรเม็ดนั้นจะไร้ค่าในทันที นอกจากนี้การเจียระไนเพชรก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก โดยรูปแบบการเจียระไนจะมีทั้งทรง 8 เหลี่ยม หรือที่เรียกว่า Single Cut กับการเจียระไนแบบ 16 เหลี่ยม หรือที่เรียกว่า Double Cut ซึ่งการเจียระไนแบบ 16 เหลี่ยมจะได้รับความนิยมมากกว่าแบบ 8 เหลี่ยมนั่นเอง นอกจากนี้แหล่งกำเนิดเพชรที่ได้รับความนิยม และได้รับการยอมรับจากร้านเพชรทั่วโลกคือที่ประเทศเบลเยียมนั่นเอง

วิธีการแบ่งเกรดเพชร by Petchchompoo Jewelry

สำหรับวิธีการแบ่งเกรดเพชรนั้น นอกจากจะแบ่งตามสีของเพชรได้แล้ว ยังสามารถแบ่งได้จากความสะอาดของเพชร เหลี่ยมของเพชร และแหล่งให้กำเนิดเพชรได้อีกด้วย แต่สำหรับวิธีการแบ่งเกรดเพชรยอดนิยมส่วนใหญ่แล้วมักจะแบ่งเกรดตามสี เนื่องจากว่าเป็นวิธีพื้นฐาน และแบ่งเกรดได้ง่ายที่สุดอีกด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาดูวิธีการแบ่งเกรดเพชรจากสีกันเลย

 

วิธีแบ่งเกรดเพชรจากสี

  • เพชรที่มีสีออกสีชมพูอ่อน ชมพูระเรื่อ หรือสีฟ้าอ่อน จะถือเป็นเพชรที่ไม่ใช่สีขาวบริสุทธิ์ โดยเพชรสีเหล่านี้จะเป็นเพชรเกรดระดับ A ที่มีน้ำงามที่สุด ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องดูการเจียระไนเพชรด้วยว่า ถ้าหากเป็นแบบ 16 เหลี่ยม หรือเป็นเพชร Double Cut จะมีราคาที่สูงเป็นอย่างมาก

 

  • เพชรในระดับที่รองลงมาจากเกรด A จะเป็นเกรด B โดยเพชรเกรดนี้จะเป็นเพชรที่ออกสีขาว หรือสีเหลืองอ่อน โดยเพชรเกรดนี้จะไม่มีสีชมพู หรือสีฟ้าอ่อนเจือปน และจะมีตำหนิที่ค่อนข้างน้อย หรือมักจะมีตำหนิอยู่ตรงกลางเม็ดเพชร แต่ตำหนิจะไม่ใหญ่มาก โดยเพชรนี้ถ้าหากมีการเจียระไนแบบ Double Cut จะมีราคาสูงเป็นอย่างมาก และเพชรชนิดนี้จะต้องนำมาจากประเทศเบลเยี่ยมเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะยังมีราคาไม่สูงเท่าเกรด A

 

  • เพชรระดับรองลงมาจะเป็นเกรด C โดยเพชรเกรดนี้ ถือเป็นเกรดที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าเพชรเกรดนี้จะมีราคาไม่แพงเท่าไหร่นัก และยังสามารถนำเพชรมาทำเป็นเครื่องประดับได้อีกด้วย เพราะจะมีความทนทานสูงกว่าเกรดอื่น ๆ แต่ข้อเสียของเพชรเกรดนี้คือ จะมีตำหนิอยู่หลายจุด แต่ก็ไม่เห็นชัดมากเท่าไหร่ ในส่วนของการเจียระไนเพชรเกรดนี้ ถ้าหากเป็นการเจียระไนแบบ Double Cut จะมีราคาสูงเช่นกัน แต่โดยส่วนใหญ่เพชรในเกรดนี้ จะได้รับการเจียระไนได้ไม่ค่อยละเอียดเท่าที่ควร และเมื่อเจียระไนไม่ค่อยละเอียดจึงทำให้เพชรไม่แสดงถึงความแวววาวเท่ากับเกรด A หรือเกรด B นั่นเอง

 

  • เพชรระดับสุดท้ายจะเป็นเพชรเกรด D โดยเพชรเกรดนี้จะไม่ค่อยมีน้ำงาม หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นเพชรไร้สี โดยสีของเพชรเกรดนี้จะเป็นเพชรสีขาวสะอาด ไม่มีสีอื่นเจือปน แต่บางเม็ดก็อาจจะมีสีออกเหลืองเข้มอย่างเห็นได้ชัดเช่นเดียวกัน อีกทั้งเพชรเกรดนี้ยังมีตำหนิที่สามารถเห็นได้ชัดเจน พร้อมทั้งมีการเจียระไนออกมาได้ไม่ดี มีเหลี่ยมที่ไม่สม่ำเสมอกัน จึงทำให้เพชรเกรดนี้ไม่ส่องแสงแวววาวเท่ากับเพชรเกรดอื่น ๆ โดยส่วนมากแล้วการเจียระไนเพชรเกรดนี้จะใช้ Single Cut ในการเจียระไนเป็นหลักนั่นเอง
Add line Petch Chompoo Jewelry